บทความ รายละเอียด

ธุรกิจไฟแรง B2C น่าลงทุนหรือไม่?

ธุรกิจไฟแรง B2C น่าลงทุนหรือไม่?
อัพเดทล่าสุด : 22/08/2018 - 07:30:24

         เมื่อพูดถึงโลกออนไลน์ ทุกคนคงจะได้สัมผัสกับทุกประสบการณ์ที่กำลังเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี ทั้งการตามข่าวจากทีวี การดูซีรี่ย์ทางทีวี หรือการติดต่อกับเพื่อนในโทรศัพท์ ที่ล้วนแล้วแต่ปรับมาเป็นช่องทางออนไลน์ แม้กระทั่งการช้อปปิ้งซื้อของก็ด้วย หากเป็นเมื่อก่อน จะออกไปช้อปปิ้งตอนเที่ยงคืนตีหนึ่งคงจะยาก เพราะไม่มีร้านค้าที่ไหนเปิด แต่ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ช้อปได้เลย 24 ชั่วโมงเพราะร้านออนไลน์ไม่มีวันปิด แถมยังทำผ่านหน้าจอมือถือได้ง่ายอีกด้วย ผู้ประกอบการหลายท่านขายแบบ  B2B  เพราะขายเป็นล็อตใหญ่ ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องระบบการจัดการทีละชิ้น แต่รู้หรือไม่ว่า การเพิ่มการลงทุนในช่องทาง B2C ก็น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะธุรกิจออนไลน์ที่กล่าวถึงข้างต้น ตอนนี้กำลังเปิดศึกแข่งกับธุรกิจทุกประเภทอย่างดุเดือด 

งานวิจัยของ Forrester ได้มีการคาดการณ์ไว้ว่ามูลค่าการซื้อขายในธุรกิจ B2B e-commerce ระหว่างประเทศจะแตะ1.2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2021 และเมื่อมองจากการใช้อินเทอร์เน็ตที่มากขึ้นเรื่อยๆ และยุคที่ทุกอย่างเกิดขึ้นออนไลน์นี้แล้ว ยุคดิจิทัลนี้จะสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการในการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มการเจริญเติบโตของรายได้ได้ดีขึ้น ด้วยศักยภาพของดิจิทัลที่ทรงพลังนี้ ธุรกิจ B2B จึงถูกบังคับให้ปรับจากการให้บริการระหว่างธุรกิจกับธุรกิจมาเป็นธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) มากขึ้น อีกทั้งธุรกิจหลายธุรกิจก็ได้เริ่มทำการวิจัยการตลาดออนไลน์และสร้างช่องทางการซื้อขายออนไลน์มากขึ้นด้วยโดยสังเกตได้จากการเพิ่มขึ้นของช่องทางการให้บริการและการให้ความช่วยเหลือออนไลน์

 

ข้อได้เปรียบของธุรกิจ B2C

                 หากเปรียบเทียบระหว่างธุรกิจ B2B กับ B2C แล้ว ธุรกิจ B2B จะเกิดขึ้นระหว่างธุรกิจกับธุรกิจในขณะที่ธุรกิจ B2C การซื้อขายสินค้าและบริการจะเกิดขึ้นระหว่างบริษัทกับลูกค้า ในธุรกิจ B2B การตัดสินใจหรือการอนุมัติการซื้อขายมีความซับซ้อนและใช้เวลาพอสมควร ซึ่งการตัดสินใจแต่ละครั้งจะต้องคำนึงในแง่ของการใช้งานด้านองค์ประกอบทางเทคนิคของสินค้า จำนวนงบประมาณ และการตัดสินใจของแผนกที่ต้องใช้สินค้านั้น ส่วนธุรกิจ B2C การตัดสินใจเกิดขึ้นจากลูกค้าเพียงหนึ่งคน

ในส่วนของการจ่ายเงิน ธุรกิจ B2B จะให้เครดิตเทอมแตกต่างกันสำหรับลูกค้าแต่ละบริษัท ส่วนในธุรกิจ B2C เครดิตเทอมจะเท่ากันสำหรับลูกค้าทุกคน  แคตตาล็อกของธุรกิจ B2B สำหรับลูกค้าแต่ละบริษัทจะแตกต่างกัน ในขณะที่แคตตาล็อกของธุรกิจ B2C จะมีเพียงแค่แคตตาล็อกเดียว

สิ่งท้าทายสำหรับธุรกิจ B2C

·        อัตราการแลกเปลี่ยน พิธีศุลกากร และระบบการจัดการสินค้า

·        การส่งออกต้องมีประสิทธิภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

·        พนักงานต้องมีความสามารถหลายด้านทั้งในด้านที่เกี่ยวข้องกับ IT  หรือการวิเคราะห์ข้อมูลของ Supply chain

·       บริษัทที่เป็น B2B ต้องปรับให้ทันท่วงทีเพราะธุรกิจ Start-up มีความคล่องตัวสูงในการปรับเปลี่ยนเป็น B2C ได้รวดเร็วกว่า 

นี่เป็นเพียงข้อมูลบางส่วนที่ DHL Express รวบรวมมาให้ผู้สนใจธุรกิจแบบ B2C ไว้ศึกษา แต่สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคยหรือไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ไม่ต้องเป็นกังวล DHL Express ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศพร้อมให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือ เป็นพันธมิตรด้านลอจิสติกส์ที่อำนวยความสะดวกด้านการขนส่งที่สะดวกและรวดเร็วสำหรับธุรกิจของคุณ เรื่องลอจิสติกส์ ไว้ใจ DHL” อัพเดทความเคลื่อนไหวในแวดวงลอจิสติกส์และ DHL ได้ที่ www.DHLtoyou.com

 

 

 

 



บทความน่าสนใจ

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าด้วย On Demand Delivery
HOT NEWS
เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าด้วย On Demand Delivery
อ่านเพิ่มเติม
อัพเดทล่าสุด : 21/05/2021 - 15:01:11
เปิดพฤติกรรมคนจีนกับการช้อปปิ้งออนไลน์ที่กลายมาเป็น “งานอดิเรกประจำชาติ”
เปิดพฤติกรรมคนจีนกับการช้อปปิ้งออนไลน์ที่กลายมาเป็น “งานอดิเรกประจำชาติ”
เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าด้วย On Demand Delivery
เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าด้วย On Demand Delivery
Tags Box