บทความ รายละเอียด

ชี้ช่องรวย! หนึ่งช่องทางธุรกิจสำหรับ SMEs ไทย คือการส่งอาหารแห้ง อาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกา

ชี้ช่องรวย! หนึ่งช่องทางธุรกิจสำหรับ SMEs ไทย คือการส่งอาหารแห้ง อาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกา
อัพเดทล่าสุด : 09/02/2021 - 14:21:47

สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยไปอาศัย ทำงานหรือศึกษาต่อมากที่สุด ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปอเมริกาจำนวนมาก ยิ่งในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดทำให้การซื้อของที่ห้างฯ หรือซุเปอร์มาร์เก็ตไม่สะดวกอีกต่อไป ประกอบกับคนอเมริกันนิยมช้อปปิ้งทางออนไลน์เป็นปกติอยู่แล้ว ทำให้มีมูลค่าการซื้อขายออนไลน์กว่า 709.78 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดิม 18% การซื้อขายสินค้าจำพวกอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง เป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มที่เติบโตเร็ว และมียอดซื้อพุ่งก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิดด้วย ทั้งหมดนี้ ทำให้ภาพรวมการส่งของไปอเมริกาโดยเฉพาะอาหารแห้งและอาหารแปรรูปนั้นคึกคักมาก

DHL Express จึงทำการรวบรวม Check List การส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปอเมริกา มองหาช่องทางสร้างรายได้เป็นอาชีพเสริม หรือจะส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปให้เพื่อนๆ ครอบครัวในอเมริกาได้เหมือนกัน 

 

เคล็ดลับการส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกาให้ราบรื่น

ข้อแรกที่ต้องรู้คือ อาหารสด ไม่สามารถนำส่งไปต่างประเทศผ่านเครือข่ายการขนส่งด่วนทางอากาศของ DHL Express ได้ เพราะถือเป็น Perishable goods ซึ่งอาจเน่าเสียในระหว่างขนส่ง ส่วนอาหารแห้งและอาหารแปรรูปสามารถส่งไปอเมริกาได้ และต้องไม่ใช่อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ทุกชนิด เช่น ไส้กรอก แฮม หรือ หมูแผ่น เป็นต้น ยกเว้น ปลาและสัตว์ทะเล

การนำเข้าอาหารประเภทปลาหรือผลิตภัณฑ์ปลาของสหรัฐอเมริกา

อาหารประเภทปลา หรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากเนื้อปลา สามารถส่งไปยังอเมริกาได้ ยกเว้น ปลา Siluriformes คือ อันดับปลาหนัง หรือตระกูลปลาหนัง เป็นปลากระดูกแข็ง ปลาประเภทนี้มีจำนวนปลามากถึง 35 วงศ์ และ 2,867 ชนิด ตัวอย่างวงศ์ที่สำคัญและพบในประเทศไทยและไม่สามารถส่งไปอเมริกาได้ ได้แก่

• วงศ์ปลาขยุย (Akysidae) เช่น ปลาขยุย
• วงศ์ปลาดัก (Amblycipitidae) เช่น ปลาดัก
• วงศ์ปลากดทะเล (Ariidae) เช่น ปลาริวกิว, ปลาอุก
• วงศ์ปลากด (Bagridae) เช่น ปลาแขยง ปลากด ปลามังกง
• วงศ์ปลากะแมะ (Chacidae) เช่น ปลากะแมะ
• วงศ์ปลาดุก (Clariidae) เช่น ปลาดุกด้าน ปลาดุกอุย
• วงศ์ปลาแค้ขี้หมู (Erethistidae) เช่น ปลาแค้ขี้หมู
• วงศ์ปลาจืด (Heteropneustidae) เช่น ปลาจืด
• วงศ์ปลาแค้ (Sisoridae) เช่น ปลาค้างคาว, ปลายะคุย
• วงศ์ปลาดุกทะเล (Plotosidae) เช่น ปลาดุกทะเล ปลาปิ่นแก้ว
• วงศ์ปลาสวาย (Pangasiidae) เช่น ปลาสังกะวาด ปลาเผาะ ปลาโมง ปลาบึก ปลาเทโพ ปลาเทพา
• วงศ์ปลาหวีเกศ (Schilbeidae) เช่น ปลาสังกะวาด ปลายอนทอง ปลายอนโล่
• วงศ์ปลาเนื้ออ่อน (Siluridae) เช่น ปลาก้างพระร่วง ปลาเบี้ยว ปลาสายยู ปลาปีกไก่ ปลาชะโอน ปลาค้าว

 

การส่งอาหารแห้ง หรืออาหารแปรรูป ไปอเมริกา แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. Non-Homemade Product และ 2. Homemade Product  

1. การส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปแบบ Non-Homemade Product ไปอเมริกา 

สำหรับ "Non-Homemade Product" หมายถึง อาหารแปรรูป หรืออาหารแห้ง ที่ผลิตจากโรงงาน และจัดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เช่น อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันฝรั่งทอด ฯลฯ เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในการบริโภคและเหมาะกับการส่งออกเพราะ โดยทั่วไปจะมีบรรจุภัณฑ์มิดชิด ผ่านการรับรองด้านอาหารจากหน่วยงานในท้องถิ่น เก็บได้นาน ข้อควรรู้ในการการขนส่งอาหารประเภท Non-Homemade มีดังนี้ 

1.1 ประเภทของอาหาร และจุดประสงค์ในการส่ง 

• ห้ามส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ทุกชนิด เช่น ไส้กรอก แฮม หรือ หมูแผ่น เป็นต้น
• ห้ามส่งอาหารสด ผักผลไม้ที่ยังไม่ได้ถูกแปรรูปให้เป็นอาหารแห้งหรืออาหารสำเร็จรูปอื่นๆ 
• ห้ามส่งอาหารหรือสินค้าที่จำเป็นต้องคงสภาพอุณหภูมิหรือเก็บความเย็นเพราะการขนส่งจะไม่สามารถรักษาอุณหภูมิของสินค้าได้
• ถ้าจะส่งสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ประเภทนมวัวหรือนมแพะที่เป็นนมผงหรือนมสดไปอเมริกา จะต้องมีใบอนุญาตนำเข้า สหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า USDA Import Veterinary Permit 
• ปลาหรืออาหารทะเลแปรรูป เช่น ปลากระป๋อง หรือขนมปลาเส้น สามารถส่งไปสหรัฐอเมริกาได้ ต้องผ่านกรรมวิธีการถนอมอาหารและการแปรรูปที่ถูกต้อง โดยจะต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และเป็นไปได้ต่อการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลาสามารถขนส่งออกจากไทยได้โดยต้องส่งรวมกับของชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากปลาในปริมาณ 20-30% ของพัสดุทั้งหมด
• ถ้าต้องการขนส่งผลิตภัณฑ์ปลาอย่างเดียว โดยไม่มีการส่งของชนิดอื่น สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกสัตว์น้ำ ซึ่งต้องมีใบอนุญาตและใบรับรองของกรมประมง และต้องเดินพิธีการขาออก (ดังนั้นแนะนำว่าควรส่งร่วมกับของชนิดอื่นจะดีกว่า) 

1.2. ห่อหรือบรรจุภัณฑ์ (Packaging) 

การส่งอาหารไปยังต่างประเทศนั้น แม้จะเป็นอาหารแห้งหรืออาหารแปรรูปก็ต้องได้รับการบรรจุหีบห่อที่แน่นหนาโดยการซีลหรือปิดสุญญากาศ  (Vacuum Packaging) เพื่อป้องกันการรั่วไหลหรือซึมเลอะของอาหารในระหว่างการขนส่ง 

1.3. ฉลากอาหาร (Label): ต้องมีฉลากที่มีข้อมูลสำคัญเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้ 

• ชื่อสินค้า (Product name) 
• ชื่อ และ ที่อยู่ผู้ผลิต (Manufacturer name & address) 
• ส่วนผสม (Ingredients) 
• น้ำหนัก (Net Weight)
• วันหมดอายุ (Expiry Date) 
• ประเทศที่ผลิต (Country of Origin) 

Tips: เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปอเมริกา แนะนำให้สแกนฉลากอาหาร และปรินท์แนบไปกับ invoice เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบของศุลกากรขาเข้าของฝั่งอเมริกา  

1.4. รายละเอียดและข้อจำกัดในการส่งออกอาหารแปรรูปแบบ Non-Homemade 

• ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตส่งออก 
• ไม่ต้องดำเนินพิธีการขาออก 
• ปริมาณในการส่งออกอาหารแปรรูปแบบ Non-Homemade 

o การส่งไปให้บุคคล (ไม่ใช่เพื่อขายให้กับบริษัท) ให้จัดส่งใน "ปริมาณที่เหมาะสม" หรือปริมาณเหมาะสำหรับการบริโภคต่อคน (ตามดุลพินิจของศุลกากร) 
o การส่งออกโดยระบุว่าส่งไปเพื่อการค้าขาย สามารถส่งได้ไม่จำกัดจำนวน 

• การระบุมูลค่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ จะต้องระบุมูลค่าตามจริง โดยหากมีมูลค่าเกิน $800 จะต้องทำ Prior Notice ก่อนส่งสินค้า 

 

2. การขนส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูป แบบ Homemade product ไปสหรัฐอเมริกา

Homemade product คืออาหารที่ผลิตหรือทำเองจากที่บ้าน หรือในครัวเรือน เช่น ผลิตภัณฑ์ OTOP หรือขนมที่ทำเองจากที่บ้าน เช่น คุกกี้ ขนมปังกรอบ เป็นต้น 

2.1. ประเภทของอาหารและจุดประสงค์ในการส่งอาหาร

• การส่งออกอาหารแห้งหรืออาหารแปรรูปไปอเมริกา จะต้องเป็นการส่งออกเพื่อบุคคลถึงบุคคลเท่านั้น ห้ามเป็นการส่งออกเพื่อนำไปทำการค้าโดยเด็ดขาด
• ปริมาณที่ส่งออกต้องถูกจำกัดปริมาณ เพื่อความเป็นไปได้และเหมาะสมในการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น
• สามารถส่งปลา หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปลา และสัตว์ทะเลไปอเมริกาได้ แต่ต้องผ่านกรรมวิธีการถนอมอาหารและการแปรรูปที่ถูกต้อง โดยจะต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมและเป็นไปได้ต่อการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลาสามารถขนส่งออกจากไทยได้โดยต้องส่งรวมกับของชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากปลาในปริมาณ 20-30% ของพัสดุทั้งหมด 
• หากต้องการขนส่งผลิตภัณฑ์ปลาอย่างเดียว โดยไม่มีการส่งของชนิดอื่น สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกสัตว์น้ำ ซึ่งต้องมีใบอนุญาตและใบรับรองของกรมประมง และต้องเดินพิธีการขาออก (ดังนั้นแนะนำว่าควรส่งร่วมกับของชนิดอื่นจะดีกว่า) 
• การส่งนมวัวหรือนมแพะที่เป็นนมผงต้องมีใบอนุญาตเหมือน Non-Homemade เช่นกัน 

2.2 ห่อหรือบรรจุภัณฑ์ (Packaging) 

การห่อหรือบรรจุภัณฑ์ จะต้องได้รับการหีบห่อที่แน่นหนา โดยการซีล หรือปิดสุญญากาศ (Vacuum Packaging)  เสมือนกับการส่งผลิตภัณฑ์ Non-Homemade  

2.3. ฉลากอาหาร (Label): ต้องมีฉลากที่มีข้อมูลสำคัญเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้ 

• ป้ายชื่อสินค้า (Product name) 
• ระบุว่าเป็น Homemade บน Invoice  

2.4. รายละเอียดและข้อจำกัดในการส่งออกอาหารแปรรูปแบบ Homemade 

• ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตส่งออก 
• ไม่ต้องเดินพิธีการขาออก 
• ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศุลกากร 
• ไม่จำกัดมูลค่าในการส่ง แต่หากเกิน $800 ต้องทำ Prior Notice ก่อนการส่งสินค้า

 

เพื่อป้องกันความล่าช้าในการส่งอาหารแห้งหรืออาหารแปรรูปไปอเมริกา ผู้ส่งต้องเตรียมเอกสารหรือข้อมูลในการจัดส่งที่ต้องใช้ เพราะอเมริกามีการควบคุมการนำเข้าพัสดุประเภทอาหารอย่างเข้มงวด อย่าลืมเลือกผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่เป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์อย่าง DHL Express ที่ให้บริการส่งของไปต่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐอเมริกา แต่ครอบคลุม 220 ประเทศทั่วโลก ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายที่ดูแลท่านหรือสอบถาม รับคำแนะนำในการจัดส่งเอกสารและพัสดุไปทั่วโลกผ่าน Live Chat หรือโทร 02-345-5000 

อัพเดทข้อมูลล่าสุด 27 มกราคม 2564 



บทความน่าสนใจ

DHL MyBill ระบบจัดการใบแจ้งหนี้ออนไลน์ที่สะดวกรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส
HOT NEWS
DHL MyBill ระบบจัดการใบแจ้งหนี้ออนไลน์ที่สะดวกรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส
อ่านเพิ่มเติม
อัพเดทล่าสุด : 15/11/2018 - 04:47:15
ติดปีกแฟชั่นออนไลน์บินเหนือเมฆ: ทำอย่างไรให้สินค้าไม่ค้างสต็อก และส่งออกไวได้ทั่วโลก
ติดปีกแฟชั่นออนไลน์บินเหนือเมฆ: ทำอย่างไรให้สินค้าไม่ค้างสต็อก และส่งออกไวได้ทั่วโลก
7 สิทธิประโยชน์ของการเป็นสมาชิก ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส
7 สิทธิประโยชน์ของการเป็นสมาชิก ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส
Tags Box